“Inversion Thinking” หรือ การคิดแบบกลับด้าน ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมจาก Charlie Munger

แทนที่จะถามว่า
“จะทำอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ”
ให้ถามว่า
“อะไรที่จะทำให้ล้มเหลว แล้วหลีกเลี่ยงมัน”
ทำไมต้องบอกสิ่งที่ไม่ควรทำก่อน?
1. การหลีกเลี่ยงความผิดพลาดง่ายกว่าการสร้างความสำเร็จ
ความสำเร็จมักมีหลายเส้นทาง
แต่ความล้มเหลวมักเกิดจากข้อผิดพลาดเดิม ๆ
ตัวอย่างการเทรด
❌ Overtrade
❌ ไม่มี Stop Loss
❌ ถัวเฉลี่ยขาดทุน
แค่หลีกเลี่ยง 3 ข้อนี้ได้ ผลลัพธ์อาจดีขึ้นทันที
⸻
2. การขาดทุนจากความผิดพลาดรุนแรงกว่าผลกำไรจากการตัดสินใจถูก
ในโลกการลงทุน
กำไร 20% = ดี ขาดทุน 50% = ต้องกำไร 100% เพื่อกลับมาทุน
ดังนั้น
“อย่าพลาดใหญ่” สำคัญกว่า “ชนะใหญ่”
⸻
3. สมองมนุษย์มักมองโลกในแง่ดีเกินจริง
เราชอบคิดว่า
เราจะมีวินัย เราจะไม่ FOMO* เราจะทำตามแผน
แต่ในสถานการณ์จริงมักไม่เป็นเช่นนั้น
การกำหนดสิ่งต้องห้ามไว้ก่อน จึงทำหน้าที่เป็น “รั้วป้องกัน”
⸻
4. สิ่งที่ไม่ควรทำ มักควบคุมได้มากกว่า
เราอาจควบคุมไม่ได้ว่า
ตลาดจะขึ้นหรือลง ข่าวจะออกมาอย่างไร* FED จะพูดอะไร
แต่เราควบคุมได้ว่า
จะเข้าเทรดหรือไม่ จะเสี่ยงเท่าไร* จะตั้ง Stop Loss หรือไม่
⸻
ตัวอย่างการประยุกต์ใช้
การเทรด
ก่อนถามว่า
“เข้า Buy ตรงไหนดี?”
ให้ถามว่า
“อะไรจะทำให้ไม้เทรดนี้พัง?”
เช่น
ความเสี่ยงมากเกินไปหรือไม่ คลื่นยังไม่ชัดหรือไม่* Reward/Risk ต่ำเกินไปหรือไม่
กฎที่ใช้ได้แทบทุกเรื่อง
1. ระบุเป้าหมาย2. เขียนรายการสิ่งที่จะทำให้ล้มเหลว3. กำจัดสิ่งเหล่านั้นก่อน4. ค่อยเพิ่มสิ่งที่ทำให้สำเร็จ
สูตรสั้น ๆ คือ
“อย่าตายก่อน แล้วค่อยคิดเรื่องเติบโต”
สำหรับเทรดเดอร์ Elliott Wave โดยเฉพาะ ผมมักแนะนำให้คิดแบบนี้:
ก่อนหา Setup ที่ดีที่สุด ให้กำจัด Setup ที่แย่ที่สุดออกก่อน
เพราะการไม่เสียเงิน มักสำคัญกว่าการหาโอกาสทำเงินเพิ่มเสมอ.
















































ความคิดเห็น